Make your own free website on Tripod.com
บทที่ 1 บทนำ

1.1 ที่มาและความสำคัญ

ปัจจุบันนี้วิทยาการทางวิทยาศาสตร์ได้ก้าวไกลไปมากซึ่งทางการเกษตรนั้นก็ได้มีสารเคมีออกมาต่างๆมากมายซึ่งยาฆ่าแมลงนั้นก็เป็นสารเคมีตัวหนึ่งที่ชาวเกษตรกรนิยมใช้กันมากแต่ด้วยความที่รู้หรือไม่นั้นชาวเกษตรกรส่วนมากมักจะเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนที่จะถึงกำหนดการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการใช้สารเคมีจึงทำให้สารเคมีนั้นยังคงตกข้างอยู่ที่ผลไม้ที่ผู้บริโภครับประทานกัน จึงทำให้ผู้บริโภคเองได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายจากการรับประทานค่อนข้างมากเป็นผลให้สุขภาพร่างกายของผู้บริโภคเองนั้นค่อยๆบั่นทอนลงเรื่อยๆ ซึ่งทางกลุ่มก็เห็นว่าถ้าเป็นยาฆ่าแมลงที่ได้จากธรรมชาตินั้นน่าจะส่งผลเสียต่อผู้บริโภคที่น้อยกว่าสารเคมีที่ชาวเกษตรกรใช้กันทั้งยังเป็นการช่วยลดต้นทุนในการผลิตผลไม้ได้อีกวิธีหนึ่ง และยิ่งในปัจจุบันก็มีผู้คนได้เล็งเห็นถึงความอัตรายของสารเคมีที่ใช้จึงได้เริ่มหันมาให้ความสนใจกับวิธีการทางธรรมชาติในการกำจัดแมลงกันมากขึ้นเรื่อยๆเป็นผลให้วิธีการทางชีวภาพนั้นเป็นที่สนใจของบุคคลทั่วไป

 

1.2 แนวคิดและความเป็นมา

เนื่องจากจังหวัดระยองเป็นเมืองเกษตรกรรมจังหวัดหนึ่งทำให้เมื่อมีการออกผลผลิตตลอดจนถึงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้นมักได้รับความรบกวนจากแมลงซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตค่อนข้างมาก ทำให้ชาวเกษตรกรจำนวนไม่น้อยหันไปพึ่งสารเคมีกำจัดแมลงซึ่งโดยชาวบ้านไม่ว่าจะรู้จักวิธีการใช้หรือไม่นั้น ส่วนมากก็ยังคงที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนเป็นผลให้สารเคมีที่ใช้นั้นยังคงตกค้างอยู่ที่ผลไม้ที่ชาวเกษตรกรปลูกและเมื่อส่งออกมาขายผู้ที่ได้รับสารเคมีนั้นก็หนีไม่พ้นผู้บริโภคดังนั้นผู้บริโภคจึงจำเป็นต้องหาวิธีการจัดการเกี่ยวกับสารเคมีที่ตกค้างบนผักผลไม้ให้มีสารเคมีหลงเหลือให้น้อยที่สุดแต่ก็ไม่สามารถทำให้หมดไปได้ทำให้การรับประทานผลไม้นั้นได้รับสารเคมีเข้าไปด้วยอยู่ดีแต่มีอยู่ในปริมาณที่น้อยพอที่จะทำให้ผู้บริโภคไม่รู้สึกทันทีแต่จะรู้สึกได้ก็ต่อเมื่อสารเคมีเหล่านั้นอยู่ในร่างกายในปริมาณที่มากแล้วซึ่งเกิดจากการรับสารพิษแบบสะสมไปเรื่อยๆ ดังนั้นกลุ่มของข้าพเจ้าจึงคิดว่าน่าจะมีพืชอย่างอื่น นอกจาก สะเดาและยาสูบที่ใช้ในการกำจัดแมลงโดยให้ประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงที่ดีกว่า

 

1.3 จุดมุ่งหมายของโครงงานวิทยาศาสตร์

1.3.1. เพื่อหาตัวทำละลายที่เหมาะสมในการสกัดสารจากเมล็ดมันแกวแก่
1.3.2.เพื่อหาความเข้มข้นที่เหมาะสมในการสกัดสารที่ใช้กำจัดแมลงจากเมล็ดมันแกวแก่
1.3.3. เพื่อเปรียบเทียบระยะเวลาในการสกัดสารจากเมล็ดมันแกวที่มีความเหมาะสมมาก
ที่สุด
1.3.4.เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงที่ได้จากสารสกัดจากเมล็ดมันแกว
แก่ที่ความเข้มข้นและระยะเวลาในการสกัดที่ดีที่สุดกับยากำจัดแมลงตามท้องตลาดรวมถึงสูตรกำจัดแมลงที่น่าสนใจคือ ใบยาสูบ และ เมล็ดพริกไทย

 

1.4 สมมติฐาน

1.4.1สามารถใช้แอลกอฮอล์สกัดสารจากเมล็ดมันแกวแก่ได้ดีกว่าน้ำเปล่าและเหล้าขาว
ตัวแปรต้น: ตัวทำละลายแอลกอฮอล์,น้ำและเหล้าขาว
ตัวแปรตาม: สารสกัดจากเมล็ดมันแกวที่ต่างตัวทำละลาย
ตัวแปรควบคุม: ปริมาตรสาร,ระยะเวลาในการสกัด,ปริมาณเมล็ดมันแกวแก่,ขวดเก็บสารสกัด,ชนิดกระบอกฉีดพ่น,ระยะเวลาในการสรุปผล,ช่วงเวลาในการฉีดพ่น,สภาพแวดล้อม,อัตราส่วนสารสกัดผสมกับน้ำ


1.4.2 สารสกัดจากเมล็ดมันแกวแก่มีประสิทธิภาพมากกว่าสารสกกัดชนิดอื่นๆที่ได้จากพืช
ตัวแปรต้น: สารสกัดจากพืชที่กำจัดแมลงได้ดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับ เมล็ดมัน แกว เมล็ดพริกไทย และใบยาสูบ
ตัวแปรตาม: จำนวนแมลงที่ตาย
ตัวแปรควบคุม: ปริมาณสารสกัดจากเมล็ดมันแกว,ปริมาณสามาณสารสกัดจากเมล็ดพริกไทย,ปริมาณสารสกัดจากใบยาสูบ,ระยะเวลาในการสรุปผล,ช่วงเวลาในการฉีดพ่น,สถานที่,สภาพแวดล้อม,ชนิดกระบอกฉีดพ่น,อัตราส่วนสารสกัดผสมกับน้ำ


1.4.3 สารสกัดจากเมล็ดมันแกวแก่ที่ความเข้มข้น 80 % สามารถกำจัดแมลงได้ดีกว่าความเข้มข้น 40 และ 60 %
ตัวแปรต้น: สารสกัดจากเมล็ดมันแกวที่ความเข้มข้น 40% 60% และ 80%
ตัวแปรตาม: จำนวนแมลงที่ตาย
ตัวแปรควบคุม: ปริมาณสารสกัดจากเมล็ดมันแกว,ระยะเวลาในการสรุปผล,ช่วงเวลาในการฉีดพ่น,สถานที่,สภาพแวดล้อม,ชนิดกระบอกฉีดพ่น,อัตราส่วนสารสกัดผสมกับน้ำ

 

1.4.4 สารสกัดจากเมล็ดมันแกวที่ความเข้มข้น 80 % ระยะเวลาในการสกัดที่ 7 นาที หมักไว้ 24 ชั่วโมง สามารถกำจัดแมลงได้ดีกว่าเมล็ดพริกไทยและใบยาสูบแต่อยู่ในระดับดีเท่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกับยาฆ่าแมลงตามท้องตลาดล

 

1.5 ประโยชน์
1. เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดแมลง
2. มีความอันตรายน้อยกว่าเพราะเป็นสารสกัดที่ได้จากธรรมชาติ
3. ช่วยส่งเสริมชาวเกษตรกรที่ปลูกมันแกว
4. ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมธรรมชาติ
5. สามารถกำจัดแมลงที่เป็นศัตรูพืชได้ดี
6. ช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผลผลิต
7. ช่วยยกระดับราคาผลผลิตให้ดีขึ้น