Make your own free website on Tripod.com

โครงงานวิทยาศาสตร์

เรื่อง...ถ่านดูดกลิ่นจากผลไม้


แนวคิดและความเป็นมา
เนื่องจากจังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับผลไม้เช่น ทุเรียน มังคุด มะม่วง น้อยหน่า เป็นต้น ซึ่งผลไม้ที่กล่าวมานี้จะมีมากในช่วง เดือนเมษายน-พฤษภาคม แต่ในปัจจุบันมีการประกอบอาชีพชาวสวนกันมาก จึงทำให้เกิดปัญหาในการค้าขาย จึงเกิดวิกฤตราคาผลไม้ตกต่ำและล้นตลาด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเกษตรกร ดังนั้นกลุ่มของข้าพเจ้าจึงคิดค้นวิธีการแก้ปัญหา และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ด้วยการนำผลไม้ที่มีราคาตกต่ำมาทำให้เกิดประโยชน์และเพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้ด้วยการนำผลไม้มาผลิตเป็นถ่าน ให้เกิดเป็นถ่านที่มีลักษณะใหม่ กลายเป็นรูปทรงต่างๆ ซึ่งทำให้ถ่านเหล่านี้ดูแปลกตา น่าใช้งานมากขึ้น ดังนั้นถ้านำผลไม้ที่มีราคาตกต่ำมาผลิตเป็นถ่าน ก็น่าจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
จุดมุ่งหมายในการทำโครงงาน
1.เพื่อนำผลไม้ คือ ทุเรียน มังคุด น้อยหน่า และมะม่วง มาทำเป็นถ่านผลไม้ดูดกลิ่น
2.เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพ การดูดกลิ่นของถ่านผลไม้ชนิดต่างๆ
สมมติฐาน
1.นำผลไม้คือ ทุเรียน มังคุด น้อยหน่า และมะม่วง มาทำเป็นถ่านได้
ตัวแปรต้นผลไม้ชนิดต่างๆ คือ ทุเรียน มังคุด น้อยหน่า และมะม่วง
ตัวแปรตาม ถ่านผลไม้
ตัวแปรควบคุม ระยะเวลาในการเผา,สถานที่,จำนวนแกลบ,มวลของผลไม้
2.เปรียบเทียบประสิทธิภาพ การดูดกลิ่นของถ่านผลไม้ชนิดต่าางๆ
ตัวแปรต้น ถ่านผลไม้
ตัวแปรตาม ประสิทธิภาพการดูดกลิ่น
ตัวแปรควบคุม ระยะเวลาการใช้งาน,จำนวนของถ่าน,ขนาดของตู้เย็น
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.นำผลไม้ที่ล้นตลาดมาทำให้เกิดประโยชน์
2.ช่วยเพิ่มค่าของผลิตภัณฑ์มากขึ้น
3.ถ่านผลไม้สามารถดูดกลิ่นได้ดี
4.ช่วยเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้
1.ผลไม้ที่ใช้ คือ ทุเรียน มังคุด น้อยหน่าและมะม่วงอย่างละ 1 กก.
2.กระถางเผา แกลบ ฟืน ดิน
วิธีดำเนินงาน
1.นำผลไม้ที่เตรียมไว้มาเผาให้เป็นถ่านผลไม้ที่สามารถดูดกลิ่นได้
2.หลังจากได้ถ่านผลไม้ดูดกลิ่นแล้วก็ทดลองใช้โดยนำไปแยกให้ชาวบ้านใช้
3.ทำแบบบันทึก โดยการสำรวจและบันทึกผลทุกๆ 7 วัน เป็นจำนวน 3 ครั้ง
ผลการทดลอง
1.ผลการทดลองการผลิตถ่านผลไม้ เมื่อนำผลไม้ซึ่งได้แก่ ทุเรียน มังคุด น้อยหน่า และมะม่วง มาเผาตามขั้นตอน จะสังเกตได้ว่าถ่านที่ได้จะมีลักษณะเป็นสีดำสนิท น้ำหนักเบา รูปร่างคงเดิมและขนาดลดลงเล็กน้อย โดยผลไม้ที่สามารถคงรูปได้ดีที่สุด คือ น้อยหน่า รองลงมา คือ มังคุด ทุเรียน มะม่วง ตามลำดับ
2.ผลการทดลองการนำถ่านผลไม้ไปใช้ เมื่อนำถ่านผลไม้ที่ได้ไปทดลองใช้กับชาวบ้าน ในละแวกใกล้เคียง 3 หลังคาเรือน โดยนำถ่านผลไม้ที่ได้จากทุเรียน มังคุด น้อยหน่า มะม่วง ใช้ดูดกลิ่นภายในตู้เย็นเป็นเวลา 3 สัปดาห์ โดยทำการบันทึกทุกๆ7 วัน โดยถ่านที่สามารถดูดกลิ่นได้ดี คือ ทุเรียน น้อยหน่า มังคุด มะม่วง ตามลำดับ
สรุปผลการทดลอง
1.ตอนที่1 การผลิตถ่านผลไม้
จากการทดลองนำผลไม้คือ ทุเรียน มังคุด น้อยหน่า และมะม่วง มาเผาเพื่อผลิตเป็นถ่านดูดกลิ่นภายในตู้เย็น ปรากฎว่าได้ถ่านผลไม้จากผลไม้ชนิดต่างๆที่สามารถดูดกลิ่นได้ โดยถ่านผลไม้นั้นมีลักษณะคงรูปเดิม ขนาดจะลดลงเล็กน้อย และมีสีดำ
2.ตอนที่2 นำถ่านผลไม้ไปใช้กับชาวบ้าน
จากการทดลองการดูดกลิ่นของถ่านผลไม้ในตู้เย็น ในระยะเวลา 3 สัปดาห์ ซึ่งถ่านนั้นมีปริมาณเท่ากัน จะพบว่าถ่านจากทุเรียนสามารถดูดกลิ่นได้ดีที่สุด
3.อภิปรายผลการทดลอง
จากการทดลองจะเห็นได้ว่าถ่านจากทุเรียนสามารถดูดกลิ่นภายในตู้เย็นได้ดีกว่าถ่านจากน้อยหน่า มังคุด มะม่วง เนื่องจากถ่านจากทุเรียนมีความพรุนของผิวมากกว่าถ่านผลไม้ชนิดอื่น จึงทำให้ดูดซับกลิ่นได้มาก ถ่านจากทุเรียนจึงสามารถดูดกลิ่นได้ดีกว่าถ่านอื่น
4.ข้อเสนอแนะ
1.เกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาผบไม้ตกต่ำ อาจจะนำผลไม้เหล่านี้ มาผลิตเป็นถ่านผลไม้ดูดกลิ่นได้
2.เกษตรกรบางรายจะเหลือผลไม้จากการขาย ควรนำมาผลิตเป็นถ่านผลไม้ดูดกลิ่น
3.นอกจากผลไม้ที่กล่าวมาแล้ว ก็สามารถนำผลไม้นอกเหนือจากนี้มาผลิตได้
ผู้จัดทำ
ด.ญ.นิธิดา เจียมอนุกูลกิจ
น.ส.วิรามาศ ประมาณู
ด.ญ.อภิญญารัตน์ อภิญ